pacapao.wordpress.com

pick me, choose me, love me

แอบรักมา 50ปี May 31, 2008

Filed under: ก๊อปมา — pacapao @ 9:55 pm

ผู้เฒ่าสุราษฎร์ฯ ฮือฮา สร้างตำนาน รัก คุณปู่วัย 72 ควงคู่คุณยายวัย 76 เข้าพิธีวิวาห์ เผย แอบชอบมา 50 ปี แต่สมัยหนุ่มๆ สาวๆ ต่างคนต่างไปมีชีวิตคู่ จนผ่านไป 50 ปี กลับมาพบกันอีกครั้ง โดยต่างคนต่างเป็นม่าย จึงมาคบกันใหม่ก่อนจูงมือเข้าประตูวิวาห์ ด้วยสินสอด 20,000 บาท และทองอีก 2 บาท ลูกหลานญาติพี่น้องและชาวบ้านแห่ร่วมแสดงความยินดี

เมื่อวันที่ 30 พ.ค. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 60 ม.1 ต.บ้านนาสาร อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นบ้านของนายจรัญ เพชรชิต อายุ 72 ปี หลังทราบข่าวว่าจะมีการจัดงานวิวาห์ระหว่างนายจรัญกับเจ้าสาวที่วัยไล่เลี่ยกัน

เมื่อไปถึงพบว่าญาติพี่น้องของทั้งสองฝ่ายกำลังจัดเตรียมพิธีแต่งงาน ซึ่งจะเริ่มในเวลา 11.00 น. โดยเจ้าสาวคือนางบุญส่ง คำเวก อายุ 76 ปี และเมื่อถึงเวลาดังกล่าวก็มีการจัดเลี้ยงอาหารญาติพี่น้อง ลูกหลาน และแขกเหรื่อที่มาร่วมงานนับร้อยคน ด้วยบรรยากาศชื่นมื่น ทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวมีสีหน้าที่อิ่มเอิบยินดี ทั้งนี้นายจรัญเจ้าบ่าว ได้มอบสินสอดทองหมั้นเป็นเงินสด 20,000 บาท และทองคำหนัก 2 บาท แก่นางบุญส่ง

นายจรัญกล่าวว่า รู้จักและรู้สึกชอบเจ้าสาวมาเป็นเวลานานประมาณ 50 ปีแล้ว โดยนางบุญส่งเป็นเพื่อนกับอดีตภรรยาของตน แต่ต่างฝ่ายต่างแยกไปมีครอบครัว ตนมีลูก 6 คน ส่วนภรรยาเสียชีวิตมาแล้ว 7 ปี สำหรับเจ้าสาวมีลูกมาแล้ว 4 คน และหย่าขาดจากสามีเก่ามาประมาณ 5 ปี หลังจากต่างฝ่ายต่างแยกไปมีครอบครัวนานประมาณ 50 ปี มาพบกันอีกครั้งเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ที่อำเภอบ้านนาสาร และรู้ภายหลังว่าทั้งคู่ต่างเป็นม่ายจึงคบหากัน ก่อนตัดสินใจแต่งงานและใช้ชีวิตร่วมกัน

นายจรัญกล่าวอีกว่า การแต่งงานในขณะที่ทั้งตนและนางบุญส่งล้วนมีอายุมากในครั้งนี้ ไม่รู้สึกอับอายแต่ประการใด เพราะเป็นการปฏิบัติตามขนบธรรม เนียมประเพณีอย่างถูกต้อง

ด้านนางอำนวย เพชรชิต บุตรสาวนายจรัญ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่บิดาจะมีคนมาอยู่เป็นเพื่อน คอยดูแลในยามแก่เฒ่า ทั้งลูกหลาน ญาติพี่น้อง และเพื่อนบ้านในหมู่บ้านล้วนแต่ร่วมยินดีด้วย

www.matichon.co.th/khaosod/

 

จาง รีอิน May 31, 2008

Filed under: ก๊อปมา — pacapao @ 5:48 pm

คงไม่มีใครปฏิเสธว่าขณะนี้ กระแสเกาหลีฟีเวอร์นั้นได้กระจายและซึมลงในทุกพื้นที่ ด้วยความน่ารัก สดใสและสดใหม่ของกลุ่มนักแสดง,นักร้อง ที่ทุกวันนี้วงการบันเทิงในเกาหลียกมาเสิร์ฟให้เราๆ ได้รู้จักกัน เช่นเดียวกันกับดาวดวงนี้ “จาง รีอิน” สาวน้อยวัย 19 จากประเทศจีนที่ไปจรัสแสงในแดนเกาหลีได้อย่างสวยงาม ฐานะนักร้องเสียงใสที่ใครๆต่างก็หลงรักในตัวเธอ

แต่ใครจะรู้บ้างว่า จาง รีอินนั้นไม่ใช่นักร้องสัญชาติเกาหลี แม้ว่าฟังจากชื่อเธอและแม้เซนท์มันบอกว่าน่าจะใช่ก็ตาม หมิงซิงคลับสัปดาห์นี้ไม่รอช้า ชวนมาให้รู้จักกันเลยดีกว่า

จาง ลี่อิ่น หรือที่รู้จักกันดีในสำเนียงแบบเกาหลี จาง รีอิน เกิดเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 1989 ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนแห่งครอบครัวนักไวโอลิน เธอเติบโตมาพร้อมๆกับเสียงดนตรีที่พ่อแม่สร้างสิ่งแวดล้อมให้ ในวัยเด็ก พ่อและแม่เคยพาหนูน้อยลีอินชิมลางดนตรีด้วยการพาไปชมร็อค คอนเสิร์ต ต่อจากนั้นหนูน้อยคนนี้ก็เริ่มจับไวโอลินเมื่ออายุได้เพียง 3 ขวบ

ในวัยเด็กของลี่อิ่นพ่อแม่ชักนำให้เธอได้สัมผัสกับเพลงคลาสสิคของชาวอเมริกัน หรือแม้แต่เพลงป๊อบของชาวยุโรป ว่ากันว่าเธอฝึกฝนการร้องเพลงหลังจากได้ยินเพียงแค่ครั้งเดียว และนอกจากนี้สาวน้อยเริ่มแสดงความสามารถด้านเสียงเพลงด้วยการร้องเพลง “My Heart Will Go On” ในยามที่เธอวัยเพียง 9 ขวบ

คล้ายว่าสาวน้อยลี่อิ่นจะหลุ่มหลงในสเหน่ห์ของเพลงป๊อบเข้าอย่างจัง และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอต้องแอบฟังเพลงป๊อบอย่างลับๆ เนื่องจากพ่อแม่ชอบเพลงคลาสสิคมากกว่าและไม่เห็นด้วยกับการที่ลูกสาวจะหันไปฟังเพลงป๊อบ ย่างเข้าวัย 12 ลีอินสามารถเข้าเรียนในโรงเรียนมัธยมดนตรีที่เสฉวนได้ด้วยคะแนนทักษะไวโลอินที่เธอสามารถทำได้สูงสุด แต่ความฝันของสาวน้อยกลับเป็น “นักร้อง” ไม่ใช่ “นักไวโอลิน”ซึ่งแตกต่างจากพ่อแม่อย่างสิ้นเชิง

เพราะความสุขของลูกคือความสุขของพ่อแม่ เมื่อลี่อิ่นมุ่งมั่นจะเป็นนักร้องเสียงคุณภาพ พ่อและแม่จึงกลายเป็นผู้สนับสนุนกำลังใจคนสำคัญ ภายใต้การสนับสนุนและการผลักดันของพ่อแม่ทำให้ลี่อิ่นขึ้นสู่เวทีประกวดร้องเพลงระดับประเทศในปี 2001 และท้ายที่สุดก็สามารถขึ้นแท่นสู่ 10 อันดับนักร้องหน้าใหม่ได้สำเร็จ

จุดผลิกผันเข้าใกล้ความฝัน
ปี 2003 จาง ลี่อิ่นได้เข้าร่วมการแข่งขันบนเวทีร้องเต้นอวอดซ์ ที่เมืองเฉิงตู ซึ่งจัดขึ้นโดยDRMusicค่ายเพลงยักษ์ใหญ่อันดับ 2 ของเกาหลี ในการประกวดครั้งนี้ลี่อิ่นเลือกร้องเพลงในบทเพลง “เสียง หนี่ เตอะ 365 เทียน” (งานเพลงของโคโค ลี/หลี่ เหวิน)ซึ่งเป็นเพลงที่ต้องอาศัยพลังเสียงในการร้องอย่างมาก เมื่อหนูน้อยลี่อิ่นวัย 13 ขวบปรากฎตัวพร้อมกับพลังเสียงมหัศจรรย์ ก็เรียกได้ว่าตรึงทุกสายตาและโสตประสาททุกคนที่อยู่ในบริเวณเวทีการประกวด จนเมื่อเธอร้องจนจบเพลง ก็มีเสียงเรียกร้องให้เธอร้องอีกในหลายๆบทเพลง และก็เป็นไปดังคาดหมายเมื่อ DRMusic เซ็นสัญญาให้ลี่อิ่นเป็นนักร้องในสังกัด

เข้าสู่ค่าย S.M. Enterment ได้อย่างไร?
หลังจากที่ลี่อิ่นได้เป็นนักร้องในสังกัดของ DRMusic ก็มีข่าวว่าเธอต้องย้ายมาเรียนภาษาเกาหลีที่ปักกิ่ง และเข้ารับการฝึกทักษะพื้นฐานสำหรับนักร้อง เช่น เรียนรู้เทคนิกการร้อง การเต้น ตามที่ต้นสังกัดแนะนำ

ปี 2004 จาง ลี่อิ่นมีโอกาสเข้าออดิชั่นที่บริษัทเอสเอ็ม เอนเตอร์เมนท์ ด้วยความสามารถและความมั่นใจในตัวเอง จึงทำให้ลี่อิ่นย้ายมายังค่ายเพลงอันดับหนึ่งของเกาหลีได้สำเร็จ และกลายเป็นนักร้องรุ่นน้องของซุปเปอร์สตาร์ดังอย่าง BOA , HOT , TVQX, Super junior แน่นอนว่าเมื่อย้ายค่ายมาแล้ว การฝึกฝนของลี่อิ่นก็เข้มข้นขึ้นอีกระดับเพราะต้องปูทางก้าวไปสู่นักร้องคุณภาพ เจ้าตัวถึงกับเผยว่า อารมณ์ตอนแรกที่ต้องอยู่นอกประเทศเพียงลำพัง รู้สึกเหงามากจนบางครั้งถึงกับ “แอบร้องไห้”

ปี 2006 เอสเอ็มเอนเตอร์เทนเมนท์บริษัทต้นสังกัดของสาวเสียงดี สร้างกระแสเกาหลีช็อควงการเพลงในเอเซียด้วยการเปิดตัวนักร้องสาวเสียงดี “จาง รีอิน” (ชื่อเปิดตัวภาษาเกาหลี) บนเวที TVXQ! The2nd Asia Tour Consert “o” in Bangkok ในฐานะแขกรับเชิญพิเศษให้กับทั้ง 5 หนุ่ม ดงบังชินกิ โดยครั้งนั้นลี่อิ่นเปิดตัวพร้อมซิงเกิ้ลแรก“Timeless” คู่กับ เซีย จุนซู(หนึ่งในสมาชิกดงบังชินกิ) ซึ่งเป็นผลงานสร้างชื่อ และทำให้เธอเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะการมาเยือนไทยครั้งแรกของลี่อิ่นในครั้งนั้น สร้างความประทับใจและทำให้ใครหลายคนหลงรักเธออย่างไม่มีเงื่อนไข

ปี 2008 เอสเอ็ม เอนเตอร์เทนเมนต์ตัดสินใจปล่อยเพลง “I Will” ซึ่งมีทั้งเวอร์ชั่นภาษาจีนและเกาหลีส่งไปตามคลื่นวิทยุและสถานีโทรทัศน์ต่างๆทั่วทั้งประเทศ และแม้จะเป็นภาษาจีนแต่ก็มีการผสมผสานกลิ่นอายของวัฒนธรรมเกาหลีได้อย่างลงตัว ส่งผลให้เพลงเปิดตัวอัลบั้มเต็มของสาวน้อยจาง ลี่อิ่นฮิตติดลมบนหน้าปัดวิทยุทั่วทั้งเอเชีย บวกกับกระแสตอบรับอันอบอุ่นจากเอ็มวีที่มาในแบบ มิวสิค ซีรีย์ซึ่งนำแสดงโดยนักร้องรุ่นพี่ชอย ซีวอน , ฮันคยอง(หานเกิง)แห่ง Super junior และ ลี ยอนฮีนางเอกหน้าใสจากภาพยนตร์เรื่อง Millionaire First Love

ถึงแม้สาวน้อยคนนี้จะโกอินเตอร์ในเกาหลี แต่ทว่าเธอก็ไม่เคยลืมบ้านเกิดที่จีนแผ่นดินใหญ่ จับมือคู่กับหานเกิง หนึ่งในสมาชิกซุปเปอร์จูเนียร์ซึ่งมีสัญชาติจีนเข้าร่วมกิจกรรมนับถอยหลัง 200 วันสู่โอลิมปิกที่กรุงปักกิ่ง ในเพลง “Hand in Hand” / 《手拉手》พร้อมกับศิลปินจีนอื่นๆ เช่น หลิวเต๋อหัว เจย์โชว นอกจากนี้ยังฉายเดี่ยวในบทเพลง One More Try

manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9510000062798

 

เด็กแว๊น May 30, 2008

Filed under: ก๊อปมา, ก๊ากกก — pacapao @ 5:41 pm

เด็กแว๊น คือ เด็กซิ่งแมงกะไซ หนวกหูๆ ชีวิตเค้าจะว่างๆ ไม่ค่อยมีอะไร

แบ่งเป็น2ประเภท

1. เด็กแซบ คนขับนั้นเอง หรือเด็กแว๊นตัวผู้ มีหน้าที่บิดรถส่ายไปมา แม้ทางจะตรงและว่างก็ยังส่าย -*-
2. เด็กสก๊อย หรือเด็กแว๊นตัวเมีย มีหน้าที่นั่งซ้อนท้ายนั้นเอง นิยมเสื้อกล้าม ผูกผมเป็น2ข้าง ทาปากแตงหน้าจัดๆ นิยมอุทัยทิพย์ บางรายอาจมีการพกตุ๊กตาหมีไปด้วย

เด็กแว๊น
กลุ่มผู้มีปัญหาทางสังคม นิยมชมชอบในการนำมอเตอร์ไซค์ มาทำการดัดแปลง ให้ เร็วขึ้น เสียงดังขึ้น
นิยมอยู่กันเป็นกลุ่ม ซึ่งในบางพื้นที่จะมีการแข่งขันมอไซค์กัน บนท้องถนนซึ่งสร้างปัญหาให้ชาวบ้านเป็นอย่างมาก
ข้อ สันนิษฐาน คำว่า แว๊น น่าจะมาจาก เสียงจากท่อไอเสียซึง
ดัดแปลงให้มีเสียงดังขึ้น เพื่อกวนประสาทประชาชน
ซึ่งเมือ บิด จะเกิดเสียง ดัง แว๊นๆๆๆ…………แอ๋นนนนนนนนนนนนนน….

ลักษณะการแต่งตัว
*เด็กแซบ
จะสังเกตง่ายๆ คือ กางเกงขาเดฟตัวเล็กมากๆ พร้อมเสื้อสีดำตัวเล็ก หรือ เสื้อที่มี สกรีนลาย Linkin park , Lim Biskiz BodySlam หรือไม่ถ้าเป็นสมัยก่อนก็จะเป็น คนไม่มีแฟน ไม่ก็ เสื้อลายตาราง
บางรายอาจใส่กางเกงขาสั้นแบบที่ผู้หญิงชอบใส่ แต่ที่ขาดไม่ได้โดยเฉพาะวัยรุ่นแถบภาคเหนือจะมีเสื้อไฟ้ว์ ที่เป็นเสื้อกันหนาวข้างในสีส้มๆนะ
(จริงๆคือเสื้อนักบินที่ไว้ใส่ตอนขับเครื่องบิน) ปลอมบ้าง จริงบ้าง แล้วแต่งบประมาณ (ส่วนใหญ่จะปลอม) บางรายอาจพ่วงโซ่ไว้ด้วย
ซึ่งมองแล้วกวนอวัยวะเบื้องล่างผู้คน ฟังเพลงแนว บิ๊กแอส บอดี้แสลม linkin park (ร้องได้ผิดๆถูกๆ แต่แปลไม่ออกแน่นอน)
แต่เรียกตัวเองว่า อีโม (ทั้งๆที่จิงๆแล้วมันยังไม่รู้ว่า อีโม แปลว่าอะไร)

*เด็กสก๊อย
กลุ่มเด็กสาวผู้คลั่งไคล้ ในลัทธิเด็กแว๊น ส่วนใหญ่มักเป็นแฟนเด็กแว๊น ซ้อนมอไซค์ ตระเวนสร้างความรำคาญในยามราตรี
อาจจะมีกลุ่มเด็กล่าแต้มอยู่ด้วย สามารถพบเจอได้ตามรัชดา ซอย 4 และ บาหลี !(ร้านนี้มีแน่นอน เยอะด้วย)

ลักษณะการแต่งตัวที่เห็นชัด แบ่งเป็น 2 แบบ

1. ใส่เสื้อสายเดี่ยวหรือเสื้อกล้ามตัวเล็กและกางเกงขาสั้น
ขาจะลาย เนื่องจากบ่อยครั้งที่โดนท่อไอเสีย ลวกเอา….
ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ และ ออกหาคู่ในยามราตรี

2. ผิวค่อนข้าง ดำทมึน ทรงผมจะเหมือนกับเซทบนมอไซค์ (นึกไม่ออกให้นึกถึงทรงปั๊ปโปเตโต้ อัลบั้มนี้)ย้อมผม
สีทองเป็นกระด่างๆดำๆทองๆ เนื่องจากใช้ยาย้อมผม เกรดต่ำ..
ใช้น้ำยาอุทัยทิพ วันละขวด เพื่อ ปัดแก้มดำๆให้กลายเป็น เอซีมิลาน (แดงดำ)
และใช้ทาปาก จน แดงเหมือนพึ่งไปจกไก่ในเล้ามากินสด..
ใส่ถุงเท้าลูซซอก(ย้วยๆ)ดำๆ และ มักจะหุ่นค่อนข้าง อวบ ใกล้อ้วน ลงพุง (แต่มักใส่เสื้อรัดๆ เพราะมันใจว่า หุ่นดี โธ่ E’ช้างน้ำ)
ขาใหญ่เท่าโต๊ะสนุก เนื่องจากต้องใช้ขาในการสตารต์มอไซ วันละหลายๆครั้ง

จริงๆเมื่อก่อนจะได้ยินคำว่า เด็กแซ้บบบ และ สก๊อยนะ
เด็กแว้นนยังไม่มี เด็กแซ้บ จะมีความหมายคลอบคลุมมากกว่าเด็กแว๊นคือจะไม่จำกัดเฉพาะวงการมอเตอร์ไชค์
แต่จะเหมารวมถึงกลุ่มเด็กที่ชอบทำตัวให้โดดเด่นสะดุดตาชาวบ้านด้วยวิธีการที่ผิดๆเพื่อให้เป็นที่สนใจด้วยวิธีการใดๆก็ตาม
เช่น ชกต่อยกันตามงานคอนเสิร์ต ใส่เสื้อผ้าสีฉูดฉาดบาดตา ไม่ไปเรียนหนังสือ สิงสู่ตามโต๊ะสนุ๊ก แต่ที่มีมากที่สุดก็คือชื่อนชอบการดัดแปลงรถมอเตอร์ไชค์ และมักรวมตัวกันเป็นแก็ง และพัฒนากลายเป็นเด็กแว๊นขึ้นมา สันนิษฐานว่ามาจากการที่คนได้ยินเสียงท่อรถดังแว๊นๆเลยเรียกว่าเด็กแว๊น
แต่เด็กแซ้บบางคนก็ไม่ได้ดัดแปลงรถมอเตอร์ไชค์จนมีเสียงแว้นๆ รถยังคงเป็นเดิมๆอยู่ อาจมีเหตุผลที่ว่า ผู้ปกครองไม่ให้แต่ง ไม่มีตัง เป็นต้น

เด็กสก้อยก็คือแฟนเด็กแซ้บนั่นแหละแต่มีอะไรที่มากกว่าคำว่าแฟน แต่หลังๆไม่ได้ยินคำว่าเด็กแซ้บบหละ จะได้ยินคำว่าเด็กแว็นนมากกว่า แต่คิดว่าคงมีรากศัพท์มาจากเด็กแซ้บบนะ
ปล. รถมอไชค์ที่นิยมจะเป็นตามยุคตามสมัย ไล่มาตั้งแต่ แดช เทน่า มาเป็น เวฟ และล่าสุด มีโอ ปัจจุบันเห็น ฮอนด้า คลิ๊ก กำลังมาแรง

สก๊อยต้อง ใส่กางเกงสีแปร๋น ยี่ห้อเจเจ กับเสื้อนักเรียน หรือเสื้อยืดรัดติ้วตัวเล็ก คนไหนผมยาวก็จะซอยผมซะจนหางม้ากลายเป็นหางหนู ข้างหน้าก็จะไว้ม้าปัด แต่แสกข้างซะยังกะทรงพี่ปั๊บ โปเตโต้ ภาคผมยาว ส่วนคนผมสั้น
ด้วยความที่รร.เค้าห้ามซอยผม มันก็ยังจะเสร่อไปทำกัน พอถูกฝ่ายปกครองตัดผม ก็จะกลายเป็นผมบ็อบที่มีปลายผมตีบๆอยู่ในช่วง 1-1.5 นิ้ว

มาที่การแต่งหน้ากันมั่ง ส่วนมากจะโบกแป้งจนกลายเป็นสีเทาไปทั้งหน้า แล้วก็จะทาปากด้วย tint ยี่ห้อถูกๆขวดละ 20 กว่าบาท ที่หาซื้อตามตลาดนัด
แล้วบางทีก็เอามาปัดแก้มด้วยนะ

Porp ที่ขาดไม่ได้เลย คือ มือถือที่ราคาแพงแสนแพง ไม่รู้ให้พ่อแม่เอาบัตรอิออนผ่อนมากี่งวดแล้ว แต่ละรุ่นใช้ดีกว่านักวิชาการหรือาจารย์มหาลัยบางท่านซะอีก แต่ไม่มีตังค์โทรหรอกนะ ใช้ยิงเอา หุหุ แล้วก็ต้องมีตัวห้อยใหญ่ๆด้วย ยิ่งโตงเตงออกมาเท่าไหร่ยิ่งดี แล้วตามมาด้วยผ้าเช็ดหน้าผืนน้อย เนื้อผ้าขนหนูที่ห่วยมากๆ สีแปร๋นอีกตามเคย

นอกจากนี้บางคนยังพกกระเป๋าซิปอันเล็ก ที่จะใส่แป้งฝุ่นแบบวิ้งที่ใช้พอกหน้าให้เป็นสีเทานี่แหละ แล้วก็อาจมี tint ที่เอาไว้เติมหน้าเติมปาก ชม.ละครั้งด้วย แต่มือถือกับผ้าเช็ดหน้านี่ต้องถือเอานะ ต้องโชว์ เค้ามีไว้โชว์ อ้อ แล้วในกระเป๋านั่นก็ไม่ค่อยมีตังค์เท่าไหร่หรอก ถ้าคนไหนใช้แบบพลาสติกใส เราจะเห็นเลยว่ามีแบงค์ 20 เก่าๆ นอนอยู่ก้นกระเป๋าแค่ 3-4 ใบเท่านั้น

ไม่อยากจะพูดว่าคนเขียนมันช่างรู้ดีเนอะ มันก็แค่บางส่วน บางคนหรอกโว้ย

tsb.com/index.php/topic,29251.msg375822/topicseen.html#new

 

ส่งข้อความ-คลิปวิดิโอลามกขอร่วมเพศสาวแบงก์ May 30, 2008

Filed under: ก๊อปมา, ก๊ากกก — pacapao @ 2:42 pm

พล.ต.ท.ธีระศักดิ์ ชูกิจคุณ ผบช.ภาค 5 พ.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ และชุดสืบสวนสภ.เมืองเชียงใหม่ ร่วมแถลงข่าวจับกุมนายเศรษฐพงศ์ ทาแล อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 241 หมู่ที่ 5 ต.ขุนคง อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ผู้ต้องหาเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร พร้อมด้วยของกลางโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง และแผ่นซีดีลามกไม่ต่ำกว่า 30 แผ่นและบัญชีรายชื่อพร้อมหมายเลขโทรศัพท์ของหญิงสาว 1 แผ่น

ในการจับกุมครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้นำหมายค้นของศาลเข้าไปตรวจค้นที่บ้านของนายเศรษฐพงศ์ เมื่อค่ำวันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจับกุมผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้ส่งข้อความลามกขอร่วมเพศกับหญิงสาว โดยโทรศัพท์ไปส่งเสียงในลักษณะของการช่วยตัวเองให้เหยื่อฟัง พร้อมทั้งยังส่งคลิปวิดิโอลามกและคลิปที่ถ่ายภาพการช่วยตัวเอง ไปยังโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหายซึ่งเลือกเจาะจงเฉพาะผู้หญิงหลายราย

พล.ต.ท.ธีระศักดิ์ ชูกิจคุณ ผบช.ภาค 5 เปิดเผยว่า หลังผู้เสียหายเป็นหญิงอายุ 20-30 ปี ทำงานเป็นพนักงานธนาคารไทยพาณิชย์หลายสาขาของ จ.เชียงใหม่ รวม 7 รายได้ รวมตัวกันเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ว่า มีผู้ส่งข้อความและภาพลามกมาจากโทรศัพท์มาคุกคามในช่วงหลังเที่ยงคืนต่อเนื่องมาหลายเดือน ชุดสืบสวนจึงได้ติดตามจากเลขหมายโทรศัพท์มือถือที่คนร้ายใช้ส่งข้อความและรูปภาพลามกไป จนกระทั่งทราบว่าผู้ก่อเหตุคือนายเศรษฐพงษ์ จึงได้ขอให้ศาลออกหมายค้นและตามไปจับกุมมาได้

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การว่าทำงานอิสระเป็นช่างรับเขียนป้ายให้บริษัทโฆษณาในจ.เชียงใหม่หลายแห่ง ที่ส่งคลิปและข้อความลามกไปขอร่วมเพศกับหญิงสาวนั้นเนื่องจากความคึกคะนองและเพิ่งเลิกกับภรรยา แต่ไม่ยอมรับว่าตัวเองเป็นโรคจิตและไม่เคยมีประ วัติเข้าทำการรักษาอาการทางจิตมาก่อน ที่เลือกเหยื่อเป็นหญิงสาวที่ทำงานอยู่ธนาคารไทยพาณิชย์หลายสาขากว่า 20 ราย โดยระบุว่าเก็บรายชื่อและเบอร์โทรศัพท์ของพนักงานเหล่านี้ มาจากถังขยะที่มีคนนำมาทิ้งไว้ที่ย่านอนุสาวรีย์สามกษัตริย์จึงใช้วิธีการสุ่มโทรเอาแต่ไม่ได้รู้จักหน้าตาของเหยื่อมาก่อน

หลังการสอบสวนเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อเพราะเหยื่อที่นายเศรษฐพงศ์เลือกนั้น ส่วนใหญ่เป็นหญิงสาวอายุน้อยหน้าตาดีและยังไม่มีบุตร เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาเผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ หลังจับกุมผู้ต้องหารายนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลด้วยการตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อเข้าออกมายังเครื่องที่ใช้ในการก่อเหตุ เพื่อประเมินว่ามีผู้ร่วมเกี่ยวข้องกับพฤติการณ์เป็นโรคจิตในลักษณะะเดียวกันนี้อีกหรือไม่

สำหรับข้อกล่าวหานี้เป็นกฎหมายใหม่มีโทษหนักคือจำคุกไม่เกิน 5 ปีและปรับไม่เกิน 1 แสนบาทและกรณีนี้ผู้เสียหายแยกกันแจ้งความ เจ้าหน้าที่จะแยกดำเนินคดีและมีโทษตามกฎหมายรวมแล้ว 7 คดี ดังนั้นหากโรคจิตคนอื่นที่มีพฤติการณ์ดังกล่าวขอให้เลิกเสีย

ด้านน.ส.แวว (นามสมมติ) พนักงานฝ่ายขายธนาคารไทยพาณิชย์อายุ 25 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่า พนักงานหญิงคนอื่นรู้สึกคับแค้นใจและต้องทนทุกข์ใจ กับการกระทำของชายโรคจิตรายนี้เป็นอย่างมาก เพื่อนบางคนถึงขั้นถูกแฟนบอกเลิก เพราะเข้าใจผิดหลังจากพบว่าโทรศัพท์มือถือของฝ่ายหญิงมีภาพวีดีโอลามก ที่ส่งเข้ามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยผู้ก่อเหตุเลือกส่งในช่วงดึกคือหลังเที่ยงคืนไปจนถึงตีสองตีสามและโกธรแค้นกับการกระทำที่เหยียดหยามศักดิ์ศรีเป็นอย่างมาก เมื่อทนไม่ไหวจึงได้รวมตัวกันมาแจ้งตำรวจ และขอเรียกร้องให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

komchadluek.net/2008/05/30/x_main_a001_204839.php?news_id=204839

 

ยิ่งมืดก็ยิ่งมี May 30, 2008

Filed under: ก๊อปมา — pacapao @ 10:57 am

จะ ต้องข้ามอีกกี่ศพจึงพบว่า

อำนาจที่ได้มานั้นว่างเปล่า

จะด้านทนกี่เช้าเย็นจึงเห็นเงา

ทั้งโคตรเหง้าเงาหัวสิ้น เพราะกินเมือง

จะต้องพลีอีกกี่ศพจึงพบฝัน

กี่ฝ่าฟันบรรลุชัยได้หนุนเนื่อง

จะต้องสู้อีกกี่ครั้งจึงหวังเรือง

ชาติประเทืองประชาธิปไตยไร้แร้งรุม

ชาติประเทืองประชาธิปไตยไร้แร้งรุม ……

มุม มืดมีดอกไม้ บานไสวในพฤษภา

มุมเมืองที่ทรมา จึงประจักษ์สลักศรี

ศักดิ์ศรีที่สล้าง สู้เพื่อสร้างทางเสรี

ยิ่งมืดก็ยิ่งมี ไม้พันธุ์กล้า บานท้าทาย

ยิ่งมืดก็ยิ่งมี ไม้พันธุ์กล้า บานท้าทาย

จิระนันท์ พิตรปรีชา กวีซีไรต์ ๒๕๓๒