pacapao.wordpress.com

pick me, choose me, love me

Car Audio Layaway Plan – Practical Thoughts September 6, 2009

Filed under: ก๊อปมา — pacapao @ 3:42 pm

Car Audio Layaway Plan – Practical Thoughts: “Building a car audio system is expensive, especially if you plan on the set is completed at once, so it is best that you are a car audio layaway plan, so that you are the perfect amp and speakers, without the cost choose to think would. With the power of installments, you can ask the right speaker, or receive, the best subwoofer that you will help to have perfect and razor sharp music you’ve always wanted to, because your wheels will be bought.”

(Via Dual Portable DVD.)

 

ชาคริตเมินเปิดหนังแฟนเก่าRSเฉไฉไม่ขอโทษ August 27, 2009

Filed under: ก๊อปมา — pacapao @ 4:19 pm

รีบตั้งโต๊ะแถลงข่าวทันที หลังจากเจอกระแสวิจารณ์อย่างหนัก กับภาพขยำนมนักแสดงสาว “โบวี่ อัฐมา” ช้ำคามือและฉากเลิฟซีน เล่นน้ำริมหาดกับนักร้องสาวเซ็กซี่ “กิ๊บซี่ วนิดา” จนเป้าตุง เล่นเอาพระเอกไม้เลื้อยถึงกับน้ำตาคลอ
ล่าสุด นายคมสันต์ เชษฐ์โชติศักดิ์ รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานภาพยนตร์ บ.อาร์เอส จำกัด มหาชน และนายองอาจสิงห์ลำพอง ผู้อำนายการฝ่ายผลิตและปฏิบัติงานการตลาด ได้ชี้แจ้งความคืบหน้าต่อหน้าสื่อมวลชนว่า ไม่ใช่เป็นแผนโปรโมทของพีอาร์ พร้อมทั้งจะหาต้นตออีกด้วย ที่ทำให้เกิดเป็นเรื่องราวใหญ่โต สุดท้ายแล้วก็ไร้เงา พระเอกชื่อดัง”ชาคริต แย้มนาม” มาร่วมงานรอบสื่อ หนังเรื่อง “แฟนเก่า” แต่ก็เผยถึงความรู้สึกมาว่า วันนี้คิดว่า ชาคริต มาร่วมงานไหม

“ผมคิดว่าไม่น่าจะมา หลังจากที่ได้แถลงไป เขาอาจจะยังรู้สึกไม่สบายใจ” มีการขอโทษทางชาคริตหรือยัง “เรื่องขอโทษประเด็นนี้ อย่างที่ผมบอกว่า เราได้ลงไปดูตัวของข่าวที่พีอาร์เราได้ส่งไป มันไม่ใช่ข่าวที่อยู่ในประเด็น เราได้คุยกันแล้วเขาก็เข้าใจดี ชี้แจ้งไปแล้วว่า ต้นฉบับของเราไม่ใช่อย่างที่เขาเห็น ยืนยัน นอนยันว่า ไม่ใช่เป็นการสร้างกระแสหนัง เราคงไม่สร้างในทางไม่ดี”

“เราก็ได้มีการประชุมกันว่า เราไม่ได้มีเจตนา หรือ นโยบายที่จะทำเช่นนั้น ในเรื่องของประชาสัมพันธ์ประเด็นข่าว เราก็ได้ลองไปถาม ลองตรวจสอบฝ่ายพีอาร์ของเรา ไปดูในเรื่องของต้นฉบับที่ส่งข่าว เราตรวจทุกข่าวแล้วเห็นว่า มันไม่ใช่ข่าวที่เราเอาไปพีอาร์ เหมือนอย่างที่คุณชาคริตกังวล มันคงเป็นเรื่องของข่าวที่เล่น เพื่อให้เกิดกระแสมากกว่า หนังเรื่องนี้ ทางเราต้องการนักแสดงที่มีความสามารถมาแสดง ซึ่งเราก็เชื่อมั่นว่า คุณชาคริต มีความสามารถ เป็นมืออาชีพ ผมมองว่าถ้าเราได้ไปชมภาพยนตร์ มันคงแก้ในสิ่งที่ข่าวพูดออกมาได้ มันไม่ได้เป็นอย่างที่ข่าวออกมาเลย”

“ทางเราก็ได้ให้ผู้กำกับ ไปคุยกับชาคริตแล้ว ซึ่งชาคริตก็ไม่ได้ติดใจอะไรกับอาร์เอส หรือ อาวอง ก็คิดว่าคงไม่มีอะไรมากเรื่องฉากหวือหวาในหนังมัน ต้องมีบ้าง แต่ไม่ได้ออกมาในลักษณะลามก ถ้าดูจากการจัดเรตของกองเซ็นเซอร์ หนังแฟนเก่าจะได้เรต 15 บวก เพราะฉะนั้นมันต้องมีการรอบคอบ ในเรื่องของเวลาเข้าฉายพอสมควร ผมถือว่ามันน่าจะเป็นกระแสข่าวมากกว่า ทำให้ข่าวมาน่าสนใจ”

 

คลิปคล้ายแจ๊กสันโผล่!แฟนเชื่อยังไม่ตาย August 27, 2009

Filed under: กูก็ไม่รู้ว่ะ, ก๊อปมา — pacapao @ 4:18 pm

ภาพวิดีโอดังกล่าวถูกโพสจาก กรมพิทักสิทธิ์ประชาชน ชิคาโก แสดงให้เห็นบุคคลที่มีลักษณะคล้าย ไมเคิล แจ๊คสัน กระโดดลงจากรถทีมชันสูตรที่เคลื่อนย้ายร่างของไมเคิล ในวันที่เขาเสียชีวิตลง

“ทันทีที่รถหยุดในที่แห่งหนึ่ง ปรากฏว่ามีชายที่มองไกลๆ คล้ายกับราชาเพลงป็อปกระโดดลงมาจากหลังรถ”

เมื่อคลิปดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ทำให้หลายคนนำทฤษฎีที่เชื่อว่าไมเคิลยังไม่ตายกลับมาวิจารณ์กันอีกครั้ง

ทางด้านตัวแทนของเว็บไซต์ LiveLeak เจ้าของคลิปดังกล่าวเผยว่า ได้เช็คทะเบียนรถคันนั้นแล้ว ดูเหมือนว่าบุคคลคล้ายไมเคิลจะกระโดดลงมาจากรถคันเดียวกันที่เชื่อว่ามีร่างไร้วิญญาณของไมเคิลอยู่ในนั้น ซึ่งทางเว็บไซต์
ได้เทปต้นฉบับจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ และรู้จักเขามาหลายปี อีกทั้งยังมั่นใจว่าไมเคิลยังมีชีวิตอยู่จริง

 

CH3 จับมือทัพเรือ,กทม.จัดกิจกรรมเก็บขยะ – 14th Edition August 14, 2009

Filed under: ก๊อปมา — pacapao @ 4:40 pm

CH3 จับมือทัพเรือ,กทม.จัดกิจกรรมเก็บขยะ – 14th Edition: “ไทยทีวีสีช่อง 3 ร่วมกับ กองทัพเรือ และ กรุงเทพมหานคร จัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษ 12 สิงหา มหาราชินี ในวโรกาสที่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระชนมายุ 77 พรรษา โดยมี ‘พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ’ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ‘นายสำราญ ฉัตรโท’ รองผู้จัดการฝ่ายข่าว ไทยทีวีสีช่อง 3 และ ‘นายวิบูลย์ ลีรัตนขจร’ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซิร์ช เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย ดาราและผู้ประกาศข่าวของสถานี อาทิ ณัฐพล ลียะวนิช – โกสินทร์ ราชกรม – มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล – วรัญญา เจริญพรสิริสุข – โบ๊ต วิบูลย์นันท์ – [...]“

(Via BraJow – บร๊ะจ้าว.)

 

บ้ากันใหญ่ November 28, 2008

Filed under: ก๊อปมา — pacapao @ 10:24 am

ปัญหา “คนไข้ป่วยจิตล้นโรงพยาบาล !!”

ทั้งนี้ ขนาด “ศรีธัญญา” หนึ่งในโรงพยาบาลหลักขนาดใหญ่ที่รับภาระรักษาผู้ป่วยทางจิต ในยามนี้ก็ยังมีปัญหา โดย นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ผู้อำนวยการโรงพยาบาล เผยว่า… ขณะนี้สังคมไทยยังเข้าใจไม่ตรงกันสำหรับคำว่ารักษาหาย ในมุมของญาติ-ของครอบครัว และในมุมของแพทย์-ของโรงพยาบาล เกิดปัญหา “ญาติไม่อยากรับตัวคนไข้กลับ” โดยมองว่าคนไข้ยังอาการไม่เหมือนเดิมที่เคยเป็น ซึ่งมีกรณีญาติไม่เข้าใจและมองโรงพยาบาลในแง่ลบ คิดว่าทางโรงพยาบาลไม่อยากรับตัวคนไข้ไว้ต่อไป จนทำให้เกิดปัญหาขึ้น

ผอ.โรงพยาบาลศรีธัญญา แจงขั้นตอนกระบวนการในการรับตัวคนไข้ว่า… เมื่อญาติพาคนไข้มา ทางโรงพยาบาลก็จะวินิจฉัยว่าคนไข้ควรได้รับการรักษาแบบใด แบบ “ผู้ป่วยนอก” คือพามาตรวจตามนัดและรับยากลับไปทาน ใช้ชีวิตกับครอบครัวได้ หรือแบบ “ผู้ป่วยใน” สมควรต้องอยู่ในความดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด

สำหรับผู้ป่วยใน ก็จะเริ่มกระบวนการโดยพาคนไข้เข้าตึกแรกรับ 2 สัปดาห์ แล้วก็ไปเข้ากระบวนการรักษาที่ตึกเร่งรัดอีก 2 สัปดาห์ และเมื่อผ่านขั้นตอนนี้แล้วหากคนไข้มีอาการดีขึ้นจนสามารถกลับไปรักษาตัวต่อที่บ้านได้ ก็จะติดต่อให้ญาติมารับ แต่หากแพทย์เห็นว่าควรอยู่ต่อก็จะเข้าสู่กระบวนการต่อไป คือให้อยู่ในตึกบำบัดระยะยาวอีก 1 เดือน หรือจนอาการดีขึ้น และเห็นสมควรว่าคนไข้สามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติภายนอกได้

“แม้จะมีการรักษาสองแบบ แต่ญาติคนไข้อยากให้คนไข้รักษาแบบที่ 2 มากกว่า ทำให้เกิดปัญหาความเข้าใจไม่ตรงกัน จนบางทีญาติมองว่าเราไม่อยากรับคนไข้ ปฏิเสธการรักษา หรือบางทีรักษาหายแล้วญาติก็มักอ้างว่าไม่เหมือนเดิม ไม่เหมือนเมื่อก่อน ก็พยายามหาทางให้คนไข้อยู่โรงพยาบาลต่อให้ได้ หรือบางรายพอรับตัวคนไข้กลับไปแล้ว ไม่นานก็จะพากลับมาใหม่เพื่อให้โรงพยาบาลรับตัวไว้อีกครั้ง หนักหน่อยก็เอามาปล่อยแล้วย้ายบ้าน ย้ายที่ทำงานหนี ก็มี”

…นี่เป็นความจริงที่น่าตกใจ ที่สะท้อนออกมาจากโรงพยาบาลแห่งนี้ และ นพ.เกียรติภูมิยังระบุอีกว่า… ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ น่าจะเกิดจากความเข้าใจในคำว่า “รักษาจนหาย” ที่ “เข้าใจไม่ตรงกัน” โดยญาติคนไข้จะคิดว่าถ้าหายแล้วก็คือต้องหายกลับคืนมา 100% เหมือนเดิมก่อนเกิดอาการ ขณะที่ทางการแพทย์หากคนไข้กลับมาเกินกว่า 70% ก็ถือว่าหายแล้ว ที่เหลือ “ต้องขึ้นกับครอบครัวที่ต้องมีส่วนร่วมฟื้นฟู”

“ไม่ใช่อยู่ดี ๆ แพทย์นึกจะให้กลับก็ต้องกลับ ต้องผ่านการ วินิจฉัยอนุมัติจากทีมสหวิชาชีพก่อน ซึ่งทีมจะประกอบด้วยจิตแพทย์ นักจิตวิทยา พยาบาล นักสังคมสงเคราะห์ ที่เข้ามาประเมินร่วมกัน หากเห็นว่าคนไข้ยังไม่พร้อม ยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ก็ไม่อนุมัติ แต่ถ้าเห็นว่าดีขึ้น ช่วยเหลือตัวเองได้แล้ว ไม่เป็นปัญหา ก็ให้กลับบ้านได้ โดยญาติต้องทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด” …ผอ.โรงพยาบาลศรีธัญญาระบุ

“เห็นสภาพคนไข้แล้วหดหู่สลดใจ หลายรายเขาดีใจมากที่จะได้กลับไปบ้าน แต่พอถึงเวลากลับไม่มีใครมารับ บางรายมีญาติแต่ญาติไม่รับ จิตใจเขาก็ห่อเหี่ยว บางรายก็คิดมาก อาการก็หนักขึ้นกว่าเก่าก็มี ซึ่งภาระที่เพิ่มขึ้นของโรงพยาบาลนั้นไม่น่าเสียใจเท่ากับการที่คนไข้ถูกปิดโอกาสการเริ่มต้นชีวิตใหม่เพราะความไม่เข้าใจของญาติ ทั้งที่คนเหล่านี้สามารถกลับไปใช้ชีวิตต่อได้ในสังคม” …ส่วนนี่เป็นเสียงของ นิภา ชาญสวัสดิ์ พยาบาลวิชาชีพ หัวหน้าประชาสัมพันธ์ โรงพยาบาลศรีธัญญา

ที่ก็สอดคล้องกับคำบอกเล่ากรณีตัวอย่าง โดยพยาบาลของโรงพยาบาลศรีธัญญาอีกคนคือ จิตบรรจง ศรีแก้ว ที่ว่า… “มีเคสหนึ่ง คนไข้มีลูกชาย ซึ่งลูกชายมีภรรยาแล้ว หลังจากโรงพยาบาลรักษาจนคนไข้ดีขึ้น เห็นว่ากลับบ้านได้แล้ว ก็ติดต่อไป ปรากฏว่าลูกชายไม่ยอมรับแม่กลับ ทำยังไงก็ไม่ยอม เจ้าหน้าที่ก็เลยคาดคั้นถามว่าทำไม มีปัญหาอะไร ก็รู้เรื่องว่าเพราะคนไข้ไม่ถูกกับลูกสะใภ้ ลูกชายก็ลำบากใจ แต่เขาก็เลือกภรรยา”

ทั้งนี้ จากสถิติการให้บริการผู้ป่วยของโรงพยาบาลศรีธัญญา ในปี 2549 มีผู้ป่วยนอก 113,747 ราย รับเป็นผู้ป่วยใน 6,581 ราย รักษาจนหายและจำหน่ายหรือมีญาติมารับ 5,824 ราย และโรงพยาบาลช่วยส่งกลับ 339 ราย, ปี 2550 มีผู้ป่วยนอก 117,702 ราย ผู้ป่วยใน 6,497 ราย จำหน่ายหรือมีญาติมารับกลับ 6,114 ราย ส่งกลับให้ 241 ราย ส่วนปี 2551 ถึงแค่ต้นเดือน พ.ย. ก็มีผู้ป่วยนอก 122,777 ราย เป็นผู้ป่วยใน 6,035 ราย โดยจำหน่ายหรือมีญาติรับกลับไป 5,489 ราย ส่งกลับให้ 228 ราย

จากสถิติก็จะเห็นได้ว่า…ในแต่ละปีมีคนไข้ป่วยทางจิตเพิ่มขึ้น

พร้อม ๆ กับปัญหา “คนไข้ป่วยจิตตกค้าง-ล้นโรงพยาบาล”

www.dailynews.co.th