ตังขะณิกะปัจจะเวกขะณะปาฐะ June 22, 2008
หันทะ มะยัง ตังขะณิกะปัจจะเวกขะณะปาฐัง ภาณามะ เส ฯ
ปะฏิสังขา โยนิโส จีวะรัง , เราพิจารณาโดยแยบคายแล้ว
ปะฏิเสวามิ เรื่องการบริโภคจีวร
ยาวะเทวะ สีตัสสะ ปะฏิฆาตายะ, เพียงเพื่อบำบัดหนาว
อุณฺหัสสะ ปะฏิฆาตายะ, เพื่อบำบัดร้อน
ฑังสะมะกะสะวาตาตะปะสิริง- เพื่อบำบัดสัมผัสเหลือบยุงลมแดด
สะปะ สัมผัสสานัง ปะฏิฆาตายะ, และสัตว์เลี้อยคลานทั้งหลาย
ยาวะเทวะหิริโกปินะ. เพียงเพื่อปกปิดอวัยวะ
ปะฏิจฉาทะนัตถัง ที่น่าละอายเสีย
ปฏิสังขา โยนิโส - เราพิจารณาโดยแยบคายแล้ว
-ปิณฑะปาตัง ปฏิเสวามิ, เรื่องการบริโภคบิณฑบาต
เนวะ ทะวายะ นะ มะทายะ นะ ไม่เพื่อเล่น ไม่เพื่อมัวเมา
มัณฑะนายะ นะ วิภูสะนายะ, ไม่เพื่อสดใส ไม่เพื่อเปล่งปลั่ง
ยาวะเทวะอิมัสสะ กายัสสะ เพียงเพื่อตั้งอยู่แห่งกายนี้
ฐิติยา ยาปะนายะ เพื่อให้ชีวิตเป็นไป
วิหิงสุปะระติยา เพื่อระงับความลำบาก
พฺรัหฺมะจะริยา นุคฺคะหายะ, และเพื่อประพฤติพรหมจรรย์
อิติปุราณัญจะ เวทะนัง ด้วยคิดว่าเราจะระงับเวทนาเก่า
ปะฏิหังขามิ นะวัญจะเวทะนังนะ- เสียด้วย, จักไม่ยังเวทนาใหม่
- อุปฺปาเทสสามิ, ให้เกิดขึ้นได้ด้วย
ยาตฺรา จะ เม ภะวิสสะติ อะนะ ความเป็นไปความหาโทษมิได้
วัชชะตา จะ ผาสุวิหาโร จาติ. และความอยู่ผาสุขของเรา
จักมีด้วยเพราะเหตุอย่างนี้
ปฏิสังขา โยนิโส เราพิจารณาโดยแยบคายแล้ว
เสนาสะนัง ปฏิเสวามิ, การบริโภคเสนาสนะ
ยาวะเทวะ สีตัสสะ ปะฏิฆาตายะ, เพียงเพื่อบำบัดหนาว
อุณฺหัสสะ ปะฏิฆาตายะ, เพื่อบำบัดร้อน
ฑังสะมะกะสะวาตาตะปะสิริง - เพื่อบำบัดสัมผัสเหลือบยุงลมแดด
- สะปะ สัมผัสสานัง ปะฏิฆาตายะ, และสัตว์เลี้อยคลานทั้งหลาย
ยาวะเทวะ อุตุปะริสสะยะวิโน- เพียงเพื่อหลีกเร้นภัยอันเกิดแต่ฤดู
-ทะนังปะฏิสัลลานารามัตถัง. เสีย, และเพื่อความสะดวก
ในการหลีกเร้นอยู่
ปฏิสังขา โยนิโส คิลานะปัจจะ- เราพิจารณาโดยแยบคายแล้ว
-ยะเภสัชชะปะริกขารัง ปฏิเสวามิ, ในการบริโภคยาปรุงสำหรับคนไข้
ยาวะเทวะอุปปันนานัง เวยยาพา- เพียงเพื่อบำบัดเวทนามีอาพาธ
-ธิกานังเวทะนานัง ปะฏิฆาตายะ, ต่างๆ เป็นมูล อันเกิดขึ้นแล้ว
อัพฺยาปัชฌะ ปะระมะตายาติ. เพื่อความเป็นผู้หาความลำบากมิได้
เป็นอย่างยิ่ง ดังนี้แล.
ระตะนัตตะยัปปะณามะคาถา March 25, 2008
หันทะ มะยัง ระตะนัตตะยัปปะณามะคาถาโย เจวะ
สังเวคะวัตถุ ปะริทีปะกะ ปาฐัญจะ ภาณามะ เส.
พุทโธ สุสุทโธ กะรุณามะหัณณะโว, พระพุทธเจ้าผู้บริสุทธิ์ มีพระกรุณา
ดุจห้วงมหรรณพ
โยจจันตะสุทธัพพะระญาณะโลจะโน, พระองค์ใด มีพระปัญญาญาณ
อันประเสริฐหมดจดถึงที่สุดแล้ว
โลกัสสะ ปาปูปะกิเลสะฆาตะโก, ผู้ฆ่าเสียซึ่งบาป อุปกิเลสของโลก
วันทามิ พุทธัง อะหะมาทะเรนะตัง. ข้าพเจ้าขอไหว้พระพุทธเจ้าพระองค์
นั้น โดยใจเคารพเอื้อเฟื้อ
ธัมโม ปะทีโป วิยะ ตัสสะ สัตถุโน, พระธรรมของพระศาสดา สว่าง รุ่งเรือง เปรียบดวงประทีป
โย มัคคะปากามะตะเภทะภินนะโก, จำแนกประเภท คือ
มรรค ผล นิพพาน ส่วนใด
โลกุตตะโร โย จะ ตะทัตถะทีปะโน, เป็นโลกุตรธรรม และส่วนใดที่ ชี้แนวแห่งโลกุตตระธรรมนั้น,
วันทามิ ธัมมัง อะหะมาทะเรนะ ตัง. ข้าพเจ้าไหว้พระธรรมนั้น โดยใจเคารพเอื้อเฟื้อ
สังโฆ สุเขตตาภะยะ ติเขตตะสัญญิโต, พระสงฆ์เป็นเนื้อนาบุญอันยิ่ง ใหญ่กว่านาบุญอันดีทั้งหลาย
โย ทิฏฐะสันโต เป็นผู้เห็นธรรมอันสงบแล้ว
สุคะตานุโพธะโก, รู้ตามเสด็จพระสุคตเจ้า,
โลลัปปะหีโน เป็นผู้ละกิเลสเครื่องโลเลได้แล้ว
อะริโย เป็นพระอริยเจ้า
สุเมธะโส, มีปัญญาดี
วันทามิ สังฆัง อะหะมาทะเรนะ ตัง. ข้าพเจ้าไหว้พระสงฆ์หมู่นั้น
โดยใจเคารพเอื้อเฟื้อ
อิจฺเจวะเมกันตะภิปูชะเนยฺยะกัง, อันข้าพเจ้าผู้ไหว้วัตถุสาม
วัตถุตตะยัง วันทะยะตาภิสังขะตัง, อันเป็นของพึงควรบูชาอย่างยิ่ง
ปุญฺญัง มะยา ยัง มะมะ สัพพุปัททะวา, บุญใดกระทำแล้วอย่างยิ่งนี้
ขอสรรพอุปัทวะทั้งหลาย จงอย่ามี
มาโหนตุ เว ตัสสะ ปะภาวะสิทธิยา ฯ ด้วยประสิทธานุภาพความ สำเร็จอันเกิดจากบุญนั้นแล.
สังฆาภิถุติ March 25, 2008
หันทะ มะยัง สังฆาภิถุติง กะโรมะ เส.
โย โส สุปะฏิปันโน สงฆ์สาวกของผู้มีพระภาคเจ้านั้น หมู่ใด
ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, ปฏิบัติดีแล้ว,
อุชุปะฏิปันโน สงฆ์สาวกของผู้มีพระภาคเจ้านั้นหมู่ใด
ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, ปฏิบัติตรงแล้ว
ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สงฆ์สาวกของผู้มีพระภาคเจ้านั้น หมู่ใด
สาวะกะสังโฆ, ปฏิบัติเพื่อรู้ธรรมเป็นเครื่องออกจากทุกข์แล้ว
สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สงฆ์สาวกของผู้มีพระภาคเจ้านั้น หมู่ใด
สาวะกะสังโฆ, ปฏิบัติชอบ สมควรแล้ว
ยะทิทัง ได้แก่บุคคลเหล่านี้ คือ
จัตตาริ ปุริสะยุคานิ คู่แห่งบุคคลสี่คู่ นับเรียงตัวบุคคล
อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา, ได้แปดบุคคล นั่นแหละ
เอสะภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า
อาหุเนยโย เป็นผู้ควรแก่สักการะที่เขานำมาบูชา
ปาหุเนยโย เป็นผู้ควรแก่สักการะที่เขาจัดไว้ต้อนรับ
ทักขิเณยโย เป็นผู้ควรรับทักษินาทาน
อัญชะลีกะระณีโย, เป็นผู้ที่บุคคลทั่วไปควรทำอัญชลี,
อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง เป็นเนื้อนาบุญของโลก
โลกัสสะ, ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า,
ตะมะหัง สังฆัง อะภิปูชะยามิ, ข้าพเจ้าบูชาอย่างยิ่งซึ่งพระสงฆ์หมู่นั้น,
ตะมะหัง สังฆัง สิระสา ข้าพเจ้านอบน้อมซึ่งพระสงฆ์หมู่นั้น
นะมามิ. ด้วยเศียรเกล้า.
ธัมมาภิถุติ March 25, 2008
หันทะ มะยัง ธัมมาภิถุติง กะโรมะ เส
โยโส สฺวากขาโต พระธรรมใดอันพระผู้มีพระภาคเจ้า
ภะคะวะตา ธัมโม, ได้ตรัสไว้ดีแล้ว
สันทิฏฐิโก ผู้ศึกษาและปฏิบัติ พึงเห็นได้ด้วยตนเอง
อะกาลิโก เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้และให้ผลได้
ไม่จำกัดกาลเวลา
เอหิปัสสิโก เป็นสิ่งที่ควรกล่าวกะผู้อื่นว่า จงมาดูเถิด
โอปะนะยิโก เป็นสิ่งที่พึงน้อมเข้ามาใส่ตัว
ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ, เป็นสิ่งที่พึงรู้ได้เฉพาะตน
ตะมะหัง ธัมมัง อะภิปูชะยามิ, ข้าพเจ้าบูชาอย่างยิ่งซึ่งพระธรรมนั้น
ตะมะหัง ธัมมัง สิระสา นะมามิ. ข้าพเจ้านอบน้อมพระธรรมนั้น
ด้วยเศียรเกล้า.
